จุดเริ่มต้นจากความฝันสู่นักล่านวัตกรรมของ “อภัย อนันตเสถ”

จุดเริ่มต้น

เมื่อปี พ.ศ. 2521 ตอนนั้นผมอยู่ มศ.5 (โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย) เป็นช่วงสำรวจอนาคตว่าฉันจะเป็นใคร จะเรียนต่อไหนดี ความมุ่งหมายเดิม อยากเป็นสัตวแพทย์ หรือ สัตวบาล

มีช่วงหนึ่งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดงานแสดงวิชาการ แนะนำมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักเรียนอย่างพวกเราได้รู้จัก มอ.มากขึ้น ว่าคณะอะไร วิชาเอกอะไรบ้าง

ในวันนั้นผมและเพื่อนก็ได้ไปชมงานนี้ตามคณะต่างๆ แต่มาสะดุดตัวที่บูธหนึ่งขึ้นป้ายว่า มอ.วิทยาเขตปัตตานี เอกเคมีการยาง มีนักศึกษารุ่นพี่มาแนะนำเอก และมาสาธิต การทำลูกโป่ง, ถุงมือยาง ที่ผลิตแปรรูปจากยางพารา และมีภาพแสดงว่ายางพาราสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ยางรถยนต์, ยางรถมอเตอร์ไซด์, สายพาน ชิ้นส่วนอะไหล่ยาง, พื้นรองเท้า เป็นต้น

ผมเป็นเด็กหาดใหญ่ คุ้นเคยกับสวนยาง และยางแผ่นรมควัน และทราบมาว่าประเทศไทยผลิตยางพาราได้เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากมาเลเซีย แต่ในภาพการผลิตแปรรูป เพิ่มมูลค่ายางพารา value add ของประเทศไทยยังเป็นรองจากประเทศมาเลเซียอย่างมาก และยิ่งได้ทราบว่าที่ มอ.วิทยาเขตปัตตานี เอกเคมีการยางเป้ฯที่แรก และที่เดียวของไทยที่เปิดการสอนด้านนี้โดยตรง เป็นหลักสูตรทดลองนำร่องที่แฝงอยู่ในคณะศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยเน้นว่านักศึกษาที่จบมาแล้ว เป้าหมายเข้าสู่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยาง เช่นโรงงานผลิตยางรถยนต์, รถมอเตอร์ไซด์, จักรยาน, สายพาน, ชิ้นส่วนอะไหล่ยาง, โรงงานรองเท้า, โรงงานถุงมือ เป็นต้น หน้าที่หลักเป็นนักเคมีเพื่อออกแบบสูตรยาง rubber compound designer และเป็นฝ่ายเทคนิคดูแลควบคุมการผลิต แปรรูปงานซึ่งในขณะนั้นอาชีพนี้ต้องพึ่งพานักเคมี ช่างเทคนิคจากต่างประเทศเท่านั้น มาจาก USA, ยุโรป, ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น คนไทยยังไม่มีความรู้ในการออกสูตรยางเลย นี่คือจุดเริ่มต้นเปลี่ยนจากสัตวแพทย์ หรือ สัตวบาล เป็นนักล่านวัตกรรม rubber technology

เดิมพันชีวิต

นอกจากที่ต้องไปเรียนต่างจังหวัด จาก หาดใหญ่ ไปเรียนที่ปัตตานี ซึ่งในขณะนั้น สภาพบ้านเมืองยังมีปัญหาความไม่สงบ, ผู้ก่อการร้ายบ้างประปรายทำให้ผู้ปกครองเป็นห่วง

          อีกปัญหาวิชาเอกเคมีการยาง เป็นเอกที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักเรียนมาจบเป็นครู และการเลือกเรียนวิชาเอกเคมีการยาง ต้องเลือกเรียนเข้าเอกเมื่อจบการศึกษาปีที่ 1 เพื่อเอาผลการเรียนมาสมัครเข้าวิชาเอก ซึ่งหมายความว่า เราต้องแข่งขันกับเพื่อนนักศึกษาร้อยกว่าคน และต้องผ่านการคัดเลือกอาจารย์พ่อ ดร.บุญธรรม และ อ.พรพรรณ นิธิอุทัย จากนักศึกษานับร้อยให้เหลือ 6 – 12 คนเท่านั้น พวกเราเป็นรุ่นที่ 4 ที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น 12 คน และผมก็เป็นผู้โชคดีที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้

          จริงแล้วผมมีเพื่อนนักเรียนที่มาจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย หลายสิบคนที่สมัครในครั้งนี้ แต่ผ่านการคัดเลือกเพียง 3 คน ส่วนเพื่อนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเอกเคมีการยางก็ต้องเลือกเรียนเอกอื่นๆ เช่น เอกเคมีโทชีวะ หรือ เอกเคมีโทฟิสิกส์ ฯลฯ แต่ก็มีเพื่อนบางคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกก็ตัดสินใจลาออกเพื่อไปสอบเอนทรานซ์ใหม่ ส่วนผมเองก็เช่นกัน หากวันนั้นไม่ผ่านการคัดเลือกก็ต้องสมัครสอบเอนทรานซ์ใหม่เพื่อเลือก สัตวแพทย์ หรือ สัตวบาล ตามฝันเดิม

Goal / Target

พ.ศ. 2522 – 2526 นักศึกษา

พ.ศ. 2526 – 2531 เริ่มจากนักเคมีการยาง Rubber Compound Designer ตำแหน่งสุดท้าย ผู้จัดการโรงงาน บริษัท บางกอกพัฒนามอเตอร์ จำกัด ผลิต ยางนอกและยางใน รถจักรยานยนต์และจักรยาน

พ.ศ. 2531 – 2532 ผู้จัดการ Eastern Rubber Co.,Ltd.  Production Division Manager ผลิตพื้นรองเท้า Nike, Reebok , Adidas และ Brand ชั้นนำของโลก

พ.ศ. 2532 – 2536    เดินทางไปอเมริกา

พ.ศ. 2533 – 2535 (admitted 19/11/90 – 25/1/92)    ศึกษาที่ West Coast University CA, USA

พ.ศ. 2536 – 2540 Sale Manager for Rubber Chemical .TOA UNI Chemical Manufacturing

พ.ศ. 2540 – 2543  Sale Manager For Intermediate Performance  Additive , Crompto Knowles+Witco (CK-Witco)

 พ.ศ. 2543 – 2548  Country Manager (Thailand), Urethane Technology Groups (UTG) , Chemtura Corporation

 พ.ศ. 2548 – 2553   Business Manager – Urethane Technology Groups (UTG) Southeast Asia, Chemtura Corporation

พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูราเฟล็กซ ดี จำกัด (Polyurethane Solution Provider Company, Polyurethane Experts)

รุ่นบุกเบิก PSU Rubber Technology

พ.ศ. 2524 ตอนนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ได้มีโอกาสเข้าไปฝึกงานที่โรงงาน Firestone (Thailand) พระประแดง สมุทรปราการ เป็นโรงงานผลิตยางรถยนต์ทั้งยางนอกและยางใน ได้เรียนรู้ถึงกระบวนการผลิตยางรถยนต์พอสังเขป และได้เรียนรู้ถึงความความสำคัญของวิชาชีพที่เราได้เรียนรู้ จะทำอะไรได้บ้างในสังคม เข้าใจอาชีพของ rubber technology compound designer (ผู้ออกสูตรยาง) เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เราเอกเคมีการยางมีความโดดเด่นที่แตกต่างเพื่อนนักศึกษาจากสถาบันอื่นชั้นนำของประเทศ

หลังจากจบการศึกษาปี พ.ศ. 2526 ประเทศไทยในตอนนั้นยังมีนักศึกษาเคมีการยางที่จบมาแล้ว ( มี 3 รุ่น จำนวนประมาณ 20 คน) ยังมีหลายบริษัทที่ไม่รู้จักพวกเรา รวมถึงความสามารถของพวกเราด้วยว่าทำอะไรได้บ้าง ส่วนใหญ่ Rubber Compound Designer ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เช่น USA, ยุโรป และไต้หวัน

จากจุดนั้นผมได้ตัดสินใจที่จะเลือกงานขนาดกลาง และเป็นของคนไทยเพราะคิดว่าเป็นหัวหมาดีกว่าหางราชสีห์ เรามีโอกาสแสดงความสามารถของตัวเอง และเป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รู้จัก “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ว่ามี “เคมีการยาง” ให้กว้างขวางมากขึ้นเพื่อเทิดทูนความดีของอาจารย์ ดร.บุญธรรม และ อาจารย์พรพรรณ นิธิอุทัย รวมถึงเพื่อแข่งกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยซึ่งในขณะนั้นคือ จุฬาฯ และ มหิดล

พ.ศ. 2526 ได้สมัครงานที่โรงงานบางกอกพัฒนามอเตอร์ (BKF) เป็นโรงงานผลิตยางนอกและยางใน จักรยาน จักรยานยนต์ ยี่ห้อ COBRA (BKF) เป็นโรงงานแรกที่ไปสมัคร และได้รับการคัดเลือกในวันนั้นเลย

ในปีแรกของการทำงานในตำแหน่งนักเคมี แผนก ออกสูตรยาง ซึ่งในตอนนั้นทางโรงงานเคยมีนักออกสูตรชาวไต้หวันไว้ก่อนและ ก็ได้เกษียณไปแล้ว  ก็นับว่าเป็นช่วงการเรียนรู้ และเอาสูตรยางเก่าๆมาวิเคราะห์ ด้วยตัวเอง ได้วิเคราะห์สอบถามพนักงานว่าสูตรนั้นนั้นเป็นเช่นไรมีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข สูตรเคมี ตามความเหมาะสมและเพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้าและของเสียในการผลิต สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือโรงงานไม่มีห้องLAB เครื่องมือตรวจสอบยางcompound เป็นช่วงที่ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ต้องค้นคว้าทบทวนบทเรียนที่เรียนมา ปรึกษาพี่Saleทีขายเคมี ปรึกษาอาจารย์ดร. บุญธรรม นิธิอุทัย เราได้ปรับสูตรเคมียาง compound ชิ้นส่วนยางต่างดีขึ้น ทำให้ การผลิตดีขึ้นมีของเสียน้อยลง ที่สำคัญที่สุดคุณภาพของสินค้าทั้งยางนอกและยางในมีความทนทาน เพิ่มอายุการใช้เป็นที่พึ่งพอใจของลูกค้า สินค้าสามารถส่งขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากมาก เช่นไปยุโรป ในกลุ่ม แสกนดิเนเวีย ตะวันออกกลาง อินเดีย ปากีสถาน และบังคลาประเทศ  ผมได้เรียนรู้ในกระบวนการผลิตทั้งหมดประมาณ 2-3 ปี ในปี 2539 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการโรงงาน ช่วงนี้มีส่วนร่วมในการวางแผนขยายโรงงาน ในช่วงที่โรงงานได้ขยายการผลิต เพิ่มเครื่องจักร เพิ่มพนักงานจากคนงานไม่ถึง 200 คน จนมีคนงานเกือบ หนึ่งพันคน และมีโอกาสได้รับน้องๆ มอ. มาร่วมงานเพิ่มด้วย

นอกจากงานในโรงงาน ยังได้มีโอกาสได้รู้จักผู้ประกอบการอื่นๆ ผ่านการร่วมการอบรม Rubber Tech, รู้จักกลุ่ม RT86 ที่เคยไปเรียนอบรมด้านยางที่ มอ.ปัตตานี ซึ่งสอนโดยอาจารย์ ดร.บุญธรรม และ อาจารย์พรพรรณ นิธิอุทัย

จากจุดนี้เองทำให้เราทราบว่านักศึกษาที่จบเคมีการยางไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน โรงงานต่างๆยังต้องการผู้มีความรู้ด้าน Rubber Technology อีกมาก แต่รู้ข้อจำกัดว่าหากเราทำงานที่หนึ่ง และเรายังเอาอะไรไปแนะนำเป็นการไม่สมควร  เราต้องเรียรู้ในการผลิตสินค้าอื่นๆ ที่ยังไม่มีด้วย

พ.ศ. 2531-2532 ได้เข้าทำงานบริษัท Eastern Rubber เป็นบริษัทในเครือสหพัฒน์ ที่ผลิตพื้นรองเท้าในเครือ PAN Asia ผลิตรองเท้า Nike, Reebok, Adidas ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงทองของประเทศไทยที่ผลิตรองเท้าชั้นนำของโลก

หน้าที่ตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน Production Division Manager ทำหน้าที่ดูแลการผลิตการยาง compound เพื่อทำพื้นรองเท้ารุ่นต่างๆ จุดท้าทายคือทางลูกค้า Nike, Reebok, Adidas มีความต้องการพื้นยางที่มีคุณภาพสูง และสวยงาม แต่ที่ผ่านมาก่อนเข้าไปทำงานมันเป็น weak point ของโรงงานที่ผลิตสินค้าไม่ได้ตามความต้องการของลูกค้า สินค้าถูก reject มาตลอด จากที่ได้เข้าไปทำงานระยะเวลา ปีกว่า ได้ออกสูตรยางและควบคุมการผลิตจนสินค้าได้คุณภาพตามความต้องการ และ ลดของเสียได้มาก

ช่วงระยะนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารคนอย่างมีมาตรฐานมากขึ้นในเครือสหพัฒนพิบูล ได้มีโอกาสเรียนรู้จากผู้บริหารระดับสูง และที่สำคัญได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นทั้งการสนทนา และเขียน Report ให้แก่ทางลูกค้า Nike, Reebok, Adidas สร้างความมั่นใจในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น

จากจุดนี้เองยิ่งทำให้ผมตระหนักได้ว่าอุตสาหกรรมยางยังต้องการคนที่มีความรู้ และเข้าใจในด้าน Rubber Technology อีกมากมาย ทำให้นึกถึงอาชีพที่เหมาะสมกับผม คือ Sales ขายเคมีด้านยาง และยังเป็นอาชีพที่ผมได้เอาเทคโนโลยีไปถ่ายทอดได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องที่สุด

ช่วงปี 2533 – 2535 ไปศึกษาที่ Westcoast University, CA. USA ,Business Administration ,MBA

พ.ศ. 2536  ได้เป็นคนไทยคนแรกที่ได้คัดเลือกจากบริษัท Uniroyal Chemical (USA) ได้เข้าร่วมงาน โดยเป็นผู้เริ่มโครงการผลิต Antioxidant 6PPD ที่มาบตาพุด project ชื่อ TOA-UNI Chemical Manufacturing Ltd เป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท TOA paint (Thailand) JV with Uniroyal Chemical USA เป็นโรงงานแห่งแรกใน Southeast Asia ที่ผลิตในประเทศไทย

ช่วงปี 2536-2540 เป็นผู้ร่วมบุกเบิกโครงการนี้ ในฐานะหน้าที่ Sales Rubber Chemical  โดยงานหลักเป็นผู้ประสานตรงกับบริษัท Uniroyal Chemical USA. ช่วงนี้เป็นช่วงบุกเบิกตลาด และ เป็นช่วงท้าทายชีวิตจากเคยเป็นลูกค้าผู้ซื้อช่วงชีวิตที่ผ่านมาเป็นด้านการบริหารการผลิต ดูแลสูตร ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาก่อน หน้าที่หลักสำคัญต้องขาย Antioxidant 6PPD/IPPD ให้แก่โรงงานยางรถยนต์ใหญ่ของไทย Multination Company เช่น Michelin tire , Bridgestone Tire, Good year Tire , Local tire manufacturing เช่น Otani Tire , Dee stone, Vee Rubber เป็นต้น 

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้ทำงานผู้ถ่ายทอด Rubber Technology ให้แก่โรงงานต่างๆได้เต็มที่ โดยได้เชิญ Technical จาก Uniroyal USA มาเยี่ยมโรงงาน และถ่ายทอดให้แก่โรงงานอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

นอกจากนี้ได้นำเทคโนโลยี EPDM ถ่ายทอดเพื่อพัฒนา GPE* หรือ GPR* ทำให้ยาง EPDM เป็นสภาพ Thermoset เป็น Thermoplastic Elastomer ที่สามารถ Recycle ได้ และกระบวนการ Injection เหมือน Plastic หรือ Compound ที่มีความยืดหยุ่นและผลิตซ้ำได้

*GPE – General Purpose Rubber

 GPR – General Purpose Elastomer

          Rubber Chemical อื่นอื่น ใช้ในวงการ Non Tire , Latex ( Latex tread )สายยางยืด

          ยางสังเคราะห์ใหม่ใหม่ เช่น Liquid EPDM ( Trilene) , NBR.

 

ช่วงหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของบริษัทแม่ Uniroyal Chemical USA มีการควบรวมกิจการ ขยายธุรกิจดังนี้

ช่วงเวลา

บริษัท

สถานะธุรกิจ PU

2435 – 2539

Uniroyal Chemical

ผลิตสารเคมีสำหรับยางและ PU elastomer

2539 – 2543

Crompton & Knowles + Witco

รวมธุรกิจ urethane intermediates และ additives

2548 – 2560

Chemtura Corporation

ผู้ผลิต urethane chemicals รายใหญ่ระดับโลก

2560 – ปัจจุบัน

Lanxess AG (Germany)

Urethane Systems → ครอบคลุม elastomers, foams, coatings

หลังจากที่ได้ปูฐานตลาด Rubber Chemical ได้แล้ว

ปี พ.ศ 2540 – 2543 ได้รับการ Promote ให้ดูแลกลุ่มธุรกิจอื่น Intermediates & Performance Addition ในตำแหน่ง Country Sale Manager ดูแลการขาย ให้แก่ผลิตเม็ดพลาสติกของไทย เช่น TPI, Dow Chemical, PTT เป็นต้น

ทำไมถึงมาสนใจโพลียูรีเทน

ด้วยเทคโนโลยีของโพลียูรีเทนเป็นวัสดุศาสตร์ที่น่าสนใจ และสามารถใช้งานได้มากมาย แต่คนทั่วไปรู้จักเพียง โพลียูรีเทนโฟม

Polyurethane Elastomer เป็นวัสดุโพลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ผสมคุณสมบัติยางและพลาสติกเข้าด้วยกัน ทำให้มีทั้งความยืดหยุ่นสูงเหมือนยาง และความแข็งแรงทนานเหมือนพลาสติก จึงถูกใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก การเสียดสี การสึกหรอ และสารเคมี

 ช่วงปี 2543-2548 ขออาสามาพัฒนาสินค้าตัวใหม่ PU Elastomer under trade name Adiprene/Vibrathane  ซึ่งบริษัท Uniroyal เป็นผุ้ผลิตชั้นนำของโลก ทั้งด้าน สินค้า และ เทคโนโลยี ในหน้าที่ Country sale Manager for UTG.

ในช่วงปี พ.ศ. 2543 คนไทยที่ผลิตโพลียูรีเทนอิลาสโตเมอร์ยังมีผู้ประกอบการน้อยรายที่ผลิตสินค้า ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าในรูปแบบ สินค้าสำเร็จรูป Finish Part. ส่วนผู้ผลิตบางโรงที่มีตอนนี้ เป็นโรงงานที่ใช้ Knowhow ต่างชาติ และมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้น ทำให้ Technology นี้ ปิด ไม่ได้เปิดเผยมากนัก และใช้การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัย เน้นไปที่ Polyurethane Foam ซึ่งเป็นตลาดหลักและใหญ่มากจนถึงปัจจุบัน

Polyurethane Elastomer เป็นยางสังเคราะห์ตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติ พิเศษ ยืดหยุ่นเหมือนกับยาง ความแข็งแรงเหมือนกับ พลาสติก และมีคุณสมบัติโดดเด่นความแข็งแรงทนทาน ทนเสียดสีมากกว่าวัสดุอื่นอื่น ด้วยความตั้งใจนที่มุ่งมั่นพัฒนา Polyurethane Elastomer (PU) ได้นำมาความรู้มาถ่ายทอด และสินค้ามาเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการในไทยเพื่อก่อเกิดรายได้ สร้างผู้ประกอบใหม่ใหม่ให้เกิดขึ้นในไทยเริ่มต้นจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนยาง ให้เพิ่มสินค้าใหม่ด้าน Polyurethane และ พัฒนาผู้ผลิตใหม่ใหม่เกิดขึ้นทุกปี

ปี พ.ศ. 2548 – 2553 ได้แต่งตั้งเป็น Business Manager – Urethane Technical Southeast Asia, Chemtura Corporation. ดูแลประเทศ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม

ในปี พ.ศ. 2553 ทาง Chemtura Coporation ขายธุรกิจ UTG ( Polyurethane Technology Group) ให้แก่ Lanxess Germany.

บทสรุป คุณ อภัย อนันตเสถ เป็นคนไทยคนแรก เปิดประตูให้ บริษัท  Uniroyal Chemical USA สู่ประเทศไทยในปี 2543 ใน Join venture Project under name TOA-UNI Chemical เพื่อผลิต Antioxidant 6PPD/IPPD โรงงานเดียว แห่งแรกของไทยและ South East Asia   …….และเป็นคนสุดท้ายปิดประตู Uniroyal Chemical ภายใต้ชื่อ ใหม่ Chemtura Corporation จากประเทศไทยในปี 2553

ที่สำคัญ มันเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ของเราจาก นักเคมี เป็น นักล่าฝัน นักล่า Technology ภายใต้บริษัทของตัวเอง Duraflex D, Duragroups